50. Songs of the year 2012

posted on 31 Dec 2012 23:32 by cobaltblue in Addicted, Music

ออกตัวก่อนว่าเป็นเพลงที่ชอบมากในปี2012 อาจจะเป็นเพลงเก่าที่ไม่ได้เพิ่งออกปีนี้ก็ได้ค่ะ

 

Still PM – I know (ft. Kuan)
ตัวเต็งอันดับ1 ไม่พลิกโผค่ะ คลั่งเพลงนี้มาก และก็ยังตามหาโปรดิวเซอร์ของเพลงนี้อยู่นะ เพลงถูกจริตมาก และทำให้เสียจริตมากเช่นกัน อิอิ :P

 

Big Bang – Blue

เป็นเพลงที่นัทใช้คำว่า “กระชากหัว” กลับมาหาวงนี้ เพราะว่านัทเป็น cobaltBLUE ด้วยหรือเปล่า อืมม์ อาจจะมีส่วน 555 เนื้อแท้แล้วไม่ได้ชอบเพลงอิเล็คโทนิคส์ตื๊ดๆ พอมีเพลงแบบนี้ออกมาก็เลยอยากไปฟังเค้าร้องสด จากที่เคยสงสัยว่าคนที่ไปดูคอนเสิร์ตเดียวกัน2วัน3วัน มันไม่เหมือนกันเหรอ(ฟระ) มันไปดูอะไรกัน(นักหนาฟระ) ตอนนี้ซึ้งแล้วค่ะว่าทำไมต้องไปดูทุกรอบที่มีโอกาส >///< จากที่ไม่ประทับใจกับคอนเสิร์ต Global Warning พอดู Alive tour แล้วยอมรับในเรื่องโปรดักชั่นจริงๆ

 

Dalmatian – Hurt me

สุ่มเปิดฟังตอนลองหูฟัง Philips SHE9555 แล้วตัดสินใจซื้อเลย ฟังแล้วรู้สึกเพราะดี กลายเป็นเพลงสำหรับลองหูฟังสำหรับนัทไปแล้ว ถ้าหูฟังรุ่นไหนทำให้เบสเพลงนี้เพราะถูกใจได้ ถึงจะซื้อ >///<

 

Chemistry - Shawty (ft. Synergy)

รู้สึกว่าคล้ายเพลง Hurt me ไม่ใช่ว่าเหมือนหรือก๊อปปี้กันมา ในฐานะคนฟังที่เล่นดนตรีไม่เป็นเลยอย่างนัท แค่รู้สึกว่าฟังแล้วนึกถึง แล้วก็ชอบอะไรแบบนี้มาก

 

Usher – Dive

Love at first heard เลยทีเดียว เชียร์ให้เพลงนี้ได้รางวัลเหมือนอย่างที่เพลง There goes my baby เคยทำได้ อาจจะไม่ใช่เพลงที่ดังเปรี้ยงปร้าง แต่เวลาฟังแล้วรู้สึกว่าเค้าทำเพลงอย่างละเมียด ประณีต ในยุคที่มีเพลงผลิตด่วนเหมือนฟาสต์ฟู้ด จังค์ฟู้ด การที่มีอะไรแบบนี้ออกมาบ้าง คนฟังอย่างเราก็อิ่มเอมใจค่ะ

 

สิงโต นำโชค – อยู่ต่อเลยได้ไหม

ชอบเนื้อเพลงแบบนี้มาก กะล่อนนิดๆ อ้อนหน่อยๆ ฟังแล้วระทวยค่ะ ได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกในงาน The Last Fat Fest. ฟังปุ๊บชอบเลย Love at first heard อีกเหมือนกัน

 

Miguel – Do you

ชอบฟีลประมาณนี้ ฟังแล้วนึกว่า Prince มาเอง หุหุ แต่เนื้อร้องบางท่อนไม่อินนะ บอกไม่ถูก 
 
 
คือว่า......... อยากรู้เพลงในดวงใจของคนอื่นด้วยค่ะ >//<

49. Sonic attack : 90s the best

posted on 05 Aug 2012 10:30 by cobaltblue in Addicted, Music directory Entertainment

ด้วยความเป็นคนยุค80s ที่มีความทรงจำกับเพลงยุค80s-90s เป็นพิเศษ เลยขอไปดูสักหน่อยแล้วกันนะ อันนี้ถือว่าเขียนไว้เป็นบันทึกความทรงจำของการย้อนยุคสมัยแล้วกัน บางคอนเสิร์ตที่ไปดูก็ไม่ได้อัพบลอค แต่คอนเสิร์ตนี้เอาซะหน่อย แก้บล็อคร้าง 555

ตารางงานเริ่มที่ 13.00 – 13.45 น. ด้วย P.O.P + Yokee Playboy แต่เรามาถึงสถานที่จัดงานคือไบเทคบางนา ฮอลล์106 ก่อนเวลา แต่ทางผู้จัดก็ยังไม่ได้ให้เข้างาน จนประมาณบ่ายโมงถึงเริ่มทยอยให้คนเข้าทีละ3-4แถว (ไม่รวมช่องทางของสื่อและวีไอพี) ไอ้เราก็นิ่งนอนใจ กะว่าผู้จัดให้เข้างานช้าเอง ข้างในคงยังไม่เริ่มเล่นหรอกมั้ง แล้วเป็นไงล่ะ เข้าไปถึงเจอ P.O.P. กับพี่โป้กำลังเล่นอยู่ ได้ฟังไม่กี่เพลง แล้วไม่ได้ฟังเพลงcover เราพลาดสินะ มีคนบอกว่าเค้าได้เข้างานตอนที่โชว์แรกจบแล้วด้วยซ้ำทั้งที่ตั้งใจมาดูโยคีเพลย์บอย น่าเห็นใจทั้งคนดูที่พลาด และศิลปินที่เตรียมตัวมาแสดงแต่มีคนดูหน้าเวทีอยู่ไม่พี่แถว(แบบโล่งๆ)

 

โชว์ที่2 วงอะไรจ๊ะ + Siam Secret Service ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกพิเศษกับวงนี้เท่าไหร่ ดูแบบเฉยๆ แต่เพลงที่cover Friday I’m in love ของ The Cure นี่เราชอบมากเพราะชอบเพลงนี้อยู่แล้ว สารภาพว่าเพิ่งรู้จากงานนี้แหละว่าคุณตุลย์ อพาร์ทเมนต์คุณป้าเคยอยู่วงอะไรจ๊ะ แหะๆ ฉันไปอยู่ที่ไหนมาถึงไม่เคยรู้เลย

 

โชว์ที่3 The Must ดีเกินคาดมาก มากแบบฟินตายเลยทีเดียว ตอนที่ The Must ขึ้นเวทีมาก็ยังงงอยู่ว่าทำไมพี่ดูดีผิดปกติอย่างนี้คะ เพลงที่เล่นก็เพลงโปรดในความทรงจำทั้งนั้น เพลง cover ของโชว์นี้เป็นเพลง Boy & Girl ของวง Blur ค่ะ คิดว่าจะหมดแค่นี้ แต่มี Song2 ต่อด้วย เยี่ยมเลย แล้วคนดูก็ร้องตามกันสนุกเลย Woo hoo!  The Must น่ารักดีตอนขอให้ทีมงานเปิดไฟตรงคนดูแล้วขอถ่ายรูปจากเวที ตอนที่เค้าบอกว่าอยากจะไปบอกกับตัวคนดูทุกๆคนว่า (ร้องเป็นเพลง) “อยากขอบคุณที่โลกสร้างเธอขึ้นมา ให้ฉันได้พบเวลาที่สดใส” ผู้ชายที่ยืนใกล้ๆเราบอกว่า ฟังแล้วขนลุก และแล้ว The Must ก็ร้องไห้แทนร้องเพลง เอิ่ม ร้องจริงจังแบบน้ำตาไหลลอดแว่นกันแดดลงมาเป็นสายเลยค่ะ ศิลปินร้องไห้ไปก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวคนดูช่วยร้องเพลงแทนเองค่ะ เพลงนี้เราร้องกันได้ ร้องดังด้วย แล้วเค้าก็ลงมาจับมือคนดู ผู้หญิงแถวหน้าอย่างดิฉันเลยได้มีโอกาสสัมผัสมือ เป็นหนึ่งโชว์ในความทรงจำเลยค่ะ

 

ถัดมาเป็นโชว์ที่4 ของวงพราว แน่นอนว่าเราอยากฟังเพลงเธอคือความฝัน และทางวงก็จัดให้ฟังเสียเพลงแรก เราก็นึกในใจว่าเพลงหากินแบบนี้ไม่เอาไว้เพลงท้ายเหรอ ไม่เป็นไร เพลงแรกเลยก็ฟินกันแต่แรกเลยก็ดีค่ะ ระหว่างโชว์แทนที่จะฟังเสียงพี่เล็ก นักร้องนำ เราแอบเงี่ยหูฟังเสียงพี่เจ เพราะชอบหลายๆเพลงของPenguin Villa คริคริ

 

Sepia โชว์เป็นลำดับที่5 จากที่ตอนแรกกะจะแวบออกไปหาของกินตอนโชว์นี้ แต่พอได้อยู่ติดรั้วเหล็กด้านหน้าสุด ก็เลยยืนยาวกันเลยแล้วกัน และก็เป็นไปตามคาดว่าถึงแม้ทั้ง2คนนี้จะเอ็นเตอร์เทนดีแค่ไหน โชว์สนุกสนานแค่ไหน เราก็ไม่ได้อินแบบสุดๆ เพราะรู้สึกว่าก้าวร้าวเกินไปสำหรับเรา คือสำหรับคนดูคนอื่น บางคนก็ดูอึ้งๆ แต่คนที่เอ็นจอยกับวงก็มีมากเหมือนกัน แต่ถามว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิงแล้วต้องมาฟังเพลงสมควรโดนข่มขืน คุณจะอินยังไง(วะ)คะ เพลงปุ๊นๆ นั่นยังรับได้อยู่ ส่วนประเด็นการเมืองที่เข้มข้น ก็นานาจิตตัง แต่มันสะท้อนเรื่องของอุดมการณ์ดี เกลียดก็บอกว่าเกลียด เปลี่ยนเนื้อเพลงเกลียดตุ๊ดเป็นเป็นเกลียด... ก็จิกกัดได้แบบจี๊ดเลย เพลงแรกของโชว์ที่cover Extreme เพลง More than words ก็โอเคอยู่ ดูหน้า Nuno บนจอด้านหลังไปเพลินๆ อิอิ แล้วก็เพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วเราทุกคนมีสแนร์อยู่ในบ้าน หม้อนั่นเอง 555

 

ถัดมาเป็นคุณมาโนช พุฒตาล & The Lamp รอดูโชว์นี้ เพราะรู้สึกว่าหาโอกาสดูยาก และด้วยความที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินใต้ดิน กลุ่มคนฟังก็จำกัด การได้มีโอกาสดูศิลปินที่เราเคยเปิดเทปฟังตอนเด็กๆ มันคงเป็นความทรงจำที่ดี ถามว่าเพลงเพราะไหม อาจจะไม่ใช่ที่สุด แต่อุดมการณ์เต็มเปี่ยมของเค้านั่นแหละที่เป็นเสน่ห์ ความคิดที่เค้าถ่ายทอดออกมาต่างหากคือสิ่งที่สำคัญ อย่างที่คุณมาโนชบอกไว้ว่าจริงๆแล้วว่าพวกเค้าอายุเกินจะมางานนี้ แต่อัลบั้มชุดไตรภาคออกในช่วงยุค90 เลยมีโอกาสได้มางานนี้ด้วย และเพลงที่จะจดจำคือสายน้ำแห่งความหมาย เพลงที่เคยเปิดฟังเทปตั้งแต่ตอนเด็กนั่นแหละ เวลาคุณมาโนชพูดถึงการเมืองมันดูเป็นผู้ใหญ่กว่าความดุเดือดแบบวัยรุ่น(ตอนปลาย)ของคุณโอ๋ Sepia ก็ได้มุมมองอีกแบบนึง

 

จากที่ตั้งใจไว้ว่าหลังจบโชว์ของคุณมาโนช เราจะไปกินข้าวและช็อปปิ้งในฮอลล์ข้างๆ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่อยากเสียที่ยืนข้างหน้าเวที ดังนั้นอดข้าว อดน้ำต่อไป ฮือๆ คือเราเคยไปงานที่ Suharit เล่นหลายครั้งแล้ว ดูหลายครั้งก็ไม่เคยรู้สึกชอบเลย ไม่ใช่แนวเพลงที่เราชอบน่ะ การที่รู้สึกว่าต้องดู ก็เลยดูแบบผ่านๆ แต่ดูไปดูมา อ้าว พี่โต้ร้องไห้ซะงั้น นึกภาพผู้ชายอ้วนๆพุงกลมๆ ขนเต็มตัวนั่งร้องไห้ไปร้องเพลงไปตรงบันไดเวที ฮอลล์กำลังเงียบเพราะลุ้นคุณโต้ร้องไห้ แต่ชะนีน้อย2นางที่อยู่ข้างๆดิฉันหัวเราะร่วนในขณะที่คนอื่นเค้ากำลังอินกัน คนหันไปมอง2นางนี้หลายคนเลยนะ แต่นางก็ยังไม่สำนึก เฮ้อ..

 

ผ่านมาถึงโชว์ที่8 วงสี่เต่าเธอ ด้วยความที่ตั้งใจว่าจะไม่ได้ดูอีกเหมือนกัน พอดูก็รู้สึกเฉยๆมาก ขอข้ามไป

 

โชว์ที่9 ของ Blackhead คนเยอะตามคาด เวลาดูศิลปินเล่นรวมๆกันแล้วส่วนใหญ่จะไปดูที่งาน FAT กับ Tiger translate ซึ่งไม่มีวงนี้ พอได้ดูแบบเต็มตา โอ้ พี่ปูคะ อายุเยอะแล้วแต่ยังเฟี้ยวเลยค่ะ แล้วว๊ากได้แจ่มมากค่ะ แต่ตอนดูก็นึกถึงหนังเรื่องสยิวที่พี่ปูเคยเล่นนะ 555 มีร้องเพลงใหม่แถมมาให้อีกเพลงนึงด้วย และขาดไม่ได้กับเพลงเพียงกระซิบที่เราได้เอิ้วๆๆ กันเหมือนเป็นภาคบังคับ โชว์สนุกดี เพลง cover เป็นเพลง Radiohead ค่ะ

 

จริงๆแล้วเราไปดูงานนี้เพราะคนนี้ คุณอรอรีย์ วันนี้พี่อรสวยมาก สวยแบบโอแม่เจ้า สวยจัง ดูเซ็กซี่ทั้งที่แต่งตัวโคตรจะมิดชิดเลย ดูมีเสน่ห์มากๆ เพราะวันนี้แต่งหน้าสวย แล้วผมเป็นลอนแบบ สวยอ้ะ แล้วก็cover เพลง Lithium ของ Nirvana เราก็ฟินสิคะ ชอบทั้งคู่นี่นา เพลงระหว่างเรา คนดูร้องตามดังมากจนเราแอบอึ้งนิดนึง คือไม่คิดว่าคนดูเค้าจะเยอะแบบนั้น พอพี่อรร้องเพลงหากินอย่างเพลงแล้วเธอจบ ก็เข้าไปหลังเวที เราก็แบบ เฮ้ย อย่าเพิ่งจบ พี่ขา กลับมาก่อน 555 ทุกครั้งที่ดูอรอรีย์ก็หมายถึงการรอดูมือกลองอย่างคุณจุ Abuse the youth ด้วย แต่วันนี้แอบลืมดู มัวแต่ดูพี่อรซะเยอะ >_<

 

Modern dog เป็นศิลปินไทยที่โชว์เป็นวงสุดท้าย เซ็ตเครื่องเสียงนานตามมาตรฐานเค้าละ งานนี้ส่วนใหญ่ช่วงเปลี่ยนศิลปินจะเซ็ตได้เร็วกว่าที่คิดไว้มาก ถือว่าเล่นค่อนข้างตรงเวลาดีมาก ท้ายๆงานแทนที่จะเลทเหมือนงานอื่น แต่กลายเป็นเร็วกว่าตารางด้วยซ้ำ ของMD ถึงจะเซ็ทนานหน่อยก็โอเคเลย พอฟังวงนี้เลยรู้สึกว่ามันดึงความทรงจำเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วกลับมาได้จริงๆ นึกถึงตอนที่วงนี้ไปออกรายการทไวไลท์โชว์ ร้องเพลงแล้วลงไปดิ้นที่พื้น ในยุคนั้นยังไม่ค่อยมีใครเค้าทำกัน ถือว่าเป็นทางเลือก เป็นAlternativeจริงๆ  

 

หลังจากยืนรออีกพักใหญ่มาก ก็ถึงคิวแสดงของ Suede และเราก็ไม่ค่อยฟินตามคาด รู้จักและชอบเพลงเค้าไม่กี่เพลงเอง ตั้งใจมาฟังเพลง Beautiful Ones เพลงเดียว ก็ไม่เล่น Attitude นี่นา แหะๆ เราคงออกอาการมากจนผู้หญิงที่ยืนข้างๆถามว่า “เหงาหรือเปล่า เล่นด้วยกันได้นะ” คือจะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าไม่ได้เหงา ดูคอนเสิร์ตคนเดียวประจำอยู่แล้วค่ะ นี่แค่เบื่อค่ะ หาวไปหลายรอบเลยด้วย นั่นละ คิดในใจไปแล้วกัน คือถ้าถามว่าวงนี้เล่นดีไหม บอกเลยว่าเล่นดีมาก แรงดีไม่มีตก วงระดับนี้ไม่ต้องสงสัยเรื่องคุณภาพอยู่แล้ว จบเพลงนึงต่ออีกเพลงแบบแทบจะลืมหายใจกันเลยทีเดียว แต่ไม่ฟิน บางครั้งเราไม่ได้มีความสุขกับการที่ดูวงที่เจ๋งที่สุด เราแค่ชอบอะไรที่ถูกใจ มันก็เท่านั้นละมั้ง

 

Brett Anderson เท่ห์มาก ยิ่งตอนควงไมค์ โอ้ย เท่ห์เกินไปแล้วพี่ขา แล้วเอนเตอร์เทนคนดูได้ดีมาก มากจริงๆ จนทุกครั้งที่เค้ามายืนอยู่ตรงหน้า เราจะสำนึกผิดเล็กน้อยที่ร้องเพลงท่อนนั้นไม่ได้ หนูขอโทษค่ะ (เขกกระโหลกตัวเอง1ที) ไม่รู้ว่าสาเหตุหนึ่งที่ไม่ฟินเพราะพอเห็น Neil Codling ทำหน้าบู่ แล้วเราเซ็งหนักกว่าเดิมหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ทำหน้าตาย ไม่มีอารมณ์ร่วมกับคอนเสิร์ตนะ แต่ท่าทางการยืนรอให้ถึงท่อนที่ตัวเองต้องเล่นดนตรี หรือการมอง พวกอวัจนะภาษาบางอย่างมันทำให้รู้สึกเหมือนใครไปบังคับเค้ามาหรือเปล่าหนอ (วิ่งหลบตรีนแฟนๆSuede) คือพี่แกหล่อมากนะ หล่อแบบโคตรพ่อโคตรแม่หล่อเลยค่ะ แต่ก็เท่านั้น ศิลปินจะดูดีขึ้นร้อยเท่าพันเท่าก็ตอนที่มีความสุขกับการแสดง การให้ใจกับคนดู แล้วเราเราเห็นอะไรในประกายตาของเค้า แต่นี่ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น แล้วเรายืนฝั่งเค้าด้วย จบกัน คาแรคเตอร์เค้าเป็นแบบนี้อยู่แล้วละมั้ง ไม่รู้สิ ไม่ฟินน่ะ

 

Anderson ลงมาหาคนดูบ่อยนะ เราก็ได้จับมือไปรอบนึง เป็นผู้หญิงแถวหน้ามันดีแบบนี้สินะ นอกจากได้ดูชัดแบบไม่มีใครบังแล้ว ได้จับมือศิลปินนิดหน่อยก็โอเค แต่ตอนระหว่างเล่นเพลง Beautiful Ones มีผู้ชายคนนึงจะพุ่งขึ้นเวที กำลังจะขึ้นบันไดแล้วด้วย แต่ทีมการ์ดก็ไวพอที่จะล็อคตัวออกไปได้ทัน เยี่ยมค่ะ

 

จากที่ประกาศไว้ว่าจะเล่น2ชั่วโมงเต็ม เอาเข้าจริง เล่นแค่ชั่วโมงนึงกับ20นาทีเอง นี่รวมช่วงอังกอร์2เพลงไปแล้วด้วยนะ จะว่าเพราะอัดเพลงแบบไม่เบรครวดเดียว มันก็ไม่ถึงขนาดว่าถ้าเพิ่มช่วงพูดคุยยื้อเวลาแล้วมันจะกินเวลาไปได้ 40 นาทีหรอก จริงไหม แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ดีเหมือนกัน ได้กลับมานอนพักเร็วกว่าเดิมหน่อย เป็นคอนเสิร์ตที่เหนื่อยมากจริงๆ 10กว่าชั่วโมง ก็น่าเหนื่อยอยู่หรอกนะ คิกคิก 

เมื่อก่อนไม่ค่อยใส่ใจจะกำหนดเป้าหมายของปีถัดไปสักเท่าไหร่ แต่พอลองทำดู รู้สึกว่ามันก็ดะ จะได้สำนึกซะบ้างว่าควรทำอะไรแล้วยังทำไม่สำเร็จบ้าง ไปขุดดูเอ็นทรี่เก่าๆ http://cobaltblue.exteen.com/20100101/26-goodbye-yesterday-hello-tomorrow ดูแล้วชื่นใจว่าทำหลายข้อสำเร็จ อย่างเรื่องเพื่อนๆในเวบแฟนไซท์ที่ไปเล่น ลาออกจากYGBB(อันนี้สำเร็จอย่างงดงาม 555) บริหารเงินให้มีประสิทธิภาพขึ้น(อันนี้ทำได้ดีมาก ปลาบปลื้มใจ) รออัลบั้มใหม่ของอรอรีย์(ต้องพูดเหมือนเดิมว่า มนุษย์เราอยู่ได้ด้วยความหวัง) แต่ที่อึ้งมากคือที่คิดเล่นๆว่า จะภาวนาต่อไปให้ Jason Mraz มาไทย ตอนที่ว่าเจสันจะมาไทย มีอึ้งเลยนะ ถึงสุดท้ายจะต้องแคนเซิลงานไปก็ตาม

 

ปีนี้ชักคึก จะเขียนอีก ปีนี้นิสัยแย่ๆผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด จะค่อยๆลดให้น้อยลงละนะ

 

: ( คิดเอง เออเอง นอยด์เอง

: ) เอาตัวเองออกจากบริบทของคนที่อยู่ด้วยแล้วไม่สบายใจ อึดอัดใจ แค่นี้โลกเราก็ไม่ค่อยดราม่าแล้ว

 

: ( อยากได้อะไร แค่นอนหลับตื่นเดียวก็หายอยาก

: ) อยากซื้อของบ้างก็ได้ ไอโฟน คอนโด ทอง บลาบลาบลา หัดอยากได้บ้างนะ จะได้มีสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์งอกเงยกับเค้าบ้าง ไม่ใช่บ้าซื้อแต่กองทุน มันเป็นการได้เงินเยอะในเวลาอันสั้น แต่ลองหาทางแบบยาวๆก็ไม่เลวนะ ปีหน้าศึกษาไว้ก่อน ค่อยลองทำปีต่อๆไปก็ได้

 

: ( ไม่ยอมจำว่าใครยืมตังต์เมื่อไหร่ เท่าไหร่

: ) จดสิยะ นัทเอ๊ย ไม่ดีเลยนะที่จะละเลยเรื่องพวกนี้ You fool me once, shame on you. You fool me twice, shame on me.

 

: ( นอนดึกมาก!

: ) ถ้านอนเร็วไม่ได้ ลดลงให้เหลือ นอนดึกเฉยๆ อย่าให้ถึงกับ นอนดึกมาก

 

: ( เหวี่ยงรอบทิศทาง

: ) เอาแต่พอประมาณดีกว่าไหม

 

: ( เสียดายเงินค่าภาษี แต่ก็หาค่าลดหย่อนเท่าที่ทำได้

: ) พยายามมากขึ้นหน่อย ศึกษา RMF , LTF , ประกันที่คุ้มครองเกิน 10 ปีก็ได้ จะได้เอามาลดหย่อนได้ ไม่ต้องทำตาละห้อยเวลาเห็นยอดหักค่าภาษีประจำปี

 

ปณิธานอันแรงกล้าที่จะต้องทำให้สำเร็จ รักคนที่เขารักเราดีกว่า

รักทุกคนค่ะ *โปรยจูบ*

47. We were X last night

posted on 09 Nov 2011 21:57 by cobaltblue in Addicted, Cobaltblue, Music

หลังจากวืดมารอบนึงเมื่อหลายปีก่อน ปีนี้ก็ยังลุ้นกันสุดๆว่าคอนเสิร์ตจะเลื่อนเพราะน้ำท่วมหรือเปล่า ฟังเพลงกันมาตั้งแต่เด็กยันโต ได้ฟังการแสดงสดสักครั้งก็ถือว่าเติมเต็มชีวิตไปอีกเรื่อง

 

คอนเสิร์ตนี้ดูแล้วรู้สึกเสมอตัว อาจจะเพราะสุขภาพร่างกายไม่เต็มร้อย ตอนลาพักร้อนเพื่อมาขึ้นshuttle bus หัวหน้าอนุญาตพร้อมกับกำชับว่า “ห้ามกรี๊ดนะ เดี๋ยวไม่มีเสียงคุยกับลูกค้าพรุ่งนี้” -_-”  จ้ะ พี่ ตามบัญชาค่ะ นั่งอู้เกือบตลอดคอนเสิร์ต ไม่ค่อยกรี๊ด ไม่ค่อยร้อง(เพราะร้องภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ 5555)

 

เปิดมาเพลงแรกก็แซ่บดีแท้ รู้สึกว่ามาดูป๋าหวดกลองสดๆสักครั้งในชีวิตก็คุ้มแล้ว ที่เหลือหลงจากนั้นกำไรล้วนๆ ยิ่ง Violin solo ของ Sugizo นั่นทำให้รู้สึกเหมือนถูกเลขท้าย3ตัว ไม่เคยสนใจเค้าไง ไม่เคยรู้ว่าเล่นไวโอลินเด็ดขนาดนี้ พี่ไปออกไวโอลินโซโล่ซักอัลบั้มเหอะพี่ขา คือดูแล้วนึกถึง David Garrette ขึ้นมาติดหมัด คิดถึงยังไงขอไม่ออกสื่อนะ ของ Sugizo นี่แบบ โอ๊ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!! รู้สึกว่าเซอร์ไพรส์ที่เค้าพยายามเตรียมให้ มันก็เวิร์คดีนะ อย่างตอนที่ Yoshiki เล่นเปียโนเพลงเดือนเพ็ญ เพราะมากกกกกกกกกกก หรือตอนที่ห่มสไบ -_-“ อืมม์ นัทจะพยายามทำความเข้าใจป๋านะคะ :P

 

แต่เอาเข้าจริงช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าน่ารักก็คือตอนอังกอร์ ถึงจะฮึดบ้าง ท้อบ้างเพราะอังกอร์นานเหลือเกิ๊นนนนนนน แต่แฟนๆที่มาดูคอนเสิร์ตน่ารักดี ปรบมือก็แล้ว กรี๊ดก็แล้ว X ก็ยังไม่ออกมา ตะโกน We are X ก็แล้ว Xก็ยังไม่ออกมา จนเราต้องฆ่าเวลาด้วยการเล่นเวฟรอบอัฒจรรย์ เออ นี่เรามาเชียร์บอลกันใช่มั๊ย หุหุ เล่นเวฟกันหลายรอบ จนมีคนร้องเพลงลอยกระทง 555555555 ชอบอ้ะ เกรียนดีจริงๆ กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นไงล่ะ เจอนางนพมาสแขนล่ำๆเข้าไป 555

 

นั่งดูไปก็เข้าใจแล้วว่าตัวเองชอบคอนเสิร์ตที่เล่นดนตรีสดมากกว่าที่เปิดbacking track ถึงจะเป็นเพลงที่ไม่ได้ชอบ แต่การฟังสดมันก็ช่วยให้รู้สึกดีได้มากกว่า :) ขอบคุณทุกคนที่ทำให้คอนเสิร์ตนี้เกิดขึ้นได้ ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน ทำให้เราได้รู้ว่าเอาเข้าจริง ถึง(ที่อื่น)จะน้ำท่วม แต่ศิลปินมาทั้งตัวและหัวใจ คนดูก็ไปทั้งตัวและหัวใจเหมือนกัน

 

Yoshiki : โพ้ม...ร๊าก....คูน....

นัท : ชั้นก็รักคุณค่ะ -3-

 

ปล. แวะไปดูรูปใน official web แล้วกันนะ :)

http://www.barks.jp/news/?id=1000074759

เล่าสู่กันฟังตามประสาคนเคยน้ำท่วม เผื่อใครมีเมตตาหาซื้อของไปบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมค่ะ

 

Do อาหารที่กินง่าย เน่าเสียยาก อยู่ท้อง ได้พลังงาน เช่น แครกเกอร์ ­ขนมปังกรอบ คุ๊กกี้ เวเฟอร์ เอาแบบที่แกะห่อแล้วทานได้ทันทีจะขอบคุณมาก

Don’t ข้าวสาร เพราะถ้าน้ำท่วมสูง การไฟฟ้าต้องระงับการจ่ายไฟเพื่อป้องกันไฟดูดประชาชน ไม่มีไฟหุงข้าวสารให้เป็นข้าวสุกค่ะ รวมถึงอาหารที่ต้องใช้ความร้อนปรุงสุก

Don’t ขนมปัง ถึงจะพยายามเลือกที่ก่อนถึงวันหมดอายุ2วัน พอมาแจกถึงเราก็มักจะสายเกินไปเสียแล้ว T T

 

Do บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป(มาม่า) อาหารที่ฝากท้องได้ในทุกสถานการณ์ ถ้าต้มกินไม่ได้ กินดิบๆก็ยังพอประทังชีพได้

Don’t เส้นหมี่หรือวุ้นเส้นที่ต้องปรุงสุกก่อนรับประทาน เราไม่สามารถกินวุ้นเส้นดิบได้จริงๆ ถึงจะเข้าใจว่าคนบริจาคหวังดีให้เราได้กินของอร่อยก็เถอะ

 

Do อาหารกระป๋องที่มีห่วงดึง เปิดทานได้ทันที

Don’t อาหารกระป๋องที่ต้องใช้ที่เปิดกระป๋อง ในสถานการณ์ที่ต้องเก็บของหนีน้ำ อย่าคาดหวังว่าเราจะสามารถลุยน้ำเข้าครัวไปหาที่เปิดกระป๋องจนเจอได้ ถึงแม้ทุกบ้านจะมีที่เปิดกระป๋องก็ตาม

 

Do น้ำดื่มสะอาดที่มีฝาปิดมิดชิด ถ้าจะเป็นน้ำผลไม้หรือชาอร่อยๆให้เราได้ชื่นใจบ้างก็ดีเหมือนกันนะ

 

Do ไฟฉายที่มีถ่านพร้อมใช้ , เทียนพร้อมไฟแช็คหรือไม้ขีด ถ้าเลือกแบบที่ปลอดภัยเช่นเป็นเทียนในถ้วยแก้วเล็กๆก็ดีค่ะ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเทียนเป็นแท่งล้มแล้วไฟลามไปไหม้บ้าน

 

Do ยานวดแก้เคล็ดขัดยอก หลังยกของหนีน้ำ มันปวดเมื่อยจริงๆค่ะ T T ส่วนใหญ่ชุดปฐมพยาบาลที่หน่วยงานของรัฐนำมาแจก จะมีพวกยาสามัญ เช่น พาราเซตามอล ชุดทำแผลเบื้องต้น ยาธาตุ เบตาดีน แต่ไม่มียาแก้ปวดเมื่อย มันอาจจะไม่ได้จำเป็นมาก แต่ช่วยได้ค่ะ

 

Do ถ้าจะบริจาคเงิน เลือกหน่วยงานที่เชื่อถือได้และเราวางใจว่าจะจัดสรรเงินช่วยเหลือผู้เดือดร้อนตรงตามความมุ่งหมายของเรา ขอใบเสร็จมาหักลดหย่อนภาษีด้วยล่ะ

 

จริงๆแล้วแค่คิดจะช่วยเหลือผู้อื่น เราก็ขอบคุณมากแล้วละ :)