50. Songs of the year 2012

posted on 31 Dec 2012 23:32 by cobaltblue in Addicted, Music

ออกตัวก่อนว่าเป็นเพลงที่ชอบมากในปี2012 อาจจะเป็นเพลงเก่าที่ไม่ได้เพิ่งออกปีนี้ก็ได้ค่ะ

 

Still PM – I know (ft. Kuan)
ตัวเต็งอันดับ1 ไม่พลิกโผค่ะ คลั่งเพลงนี้มาก และก็ยังตามหาโปรดิวเซอร์ของเพลงนี้อยู่นะ เพลงถูกจริตมาก และทำให้เสียจริตมากเช่นกัน อิอิ :P

 

Big Bang – Blue

เป็นเพลงที่นัทใช้คำว่า “กระชากหัว” กลับมาหาวงนี้ เพราะว่านัทเป็น cobaltBLUE ด้วยหรือเปล่า อืมม์ อาจจะมีส่วน 555 เนื้อแท้แล้วไม่ได้ชอบเพลงอิเล็คโทนิคส์ตื๊ดๆ พอมีเพลงแบบนี้ออกมาก็เลยอยากไปฟังเค้าร้องสด จากที่เคยสงสัยว่าคนที่ไปดูคอนเสิร์ตเดียวกัน2วัน3วัน มันไม่เหมือนกันเหรอ(ฟระ) มันไปดูอะไรกัน(นักหนาฟระ) ตอนนี้ซึ้งแล้วค่ะว่าทำไมต้องไปดูทุกรอบที่มีโอกาส >///< จากที่ไม่ประทับใจกับคอนเสิร์ต Global Warning พอดู Alive tour แล้วยอมรับในเรื่องโปรดักชั่นจริงๆ

 

Dalmatian – Hurt me

สุ่มเปิดฟังตอนลองหูฟัง Philips SHE9555 แล้วตัดสินใจซื้อเลย ฟังแล้วรู้สึกเพราะดี กลายเป็นเพลงสำหรับลองหูฟังสำหรับนัทไปแล้ว ถ้าหูฟังรุ่นไหนทำให้เบสเพลงนี้เพราะถูกใจได้ ถึงจะซื้อ >///<

 

Chemistry - Shawty (ft. Synergy)

รู้สึกว่าคล้ายเพลง Hurt me ไม่ใช่ว่าเหมือนหรือก๊อปปี้กันมา ในฐานะคนฟังที่เล่นดนตรีไม่เป็นเลยอย่างนัท แค่รู้สึกว่าฟังแล้วนึกถึง แล้วก็ชอบอะไรแบบนี้มาก

 

Usher – Dive

Love at first heard เลยทีเดียว เชียร์ให้เพลงนี้ได้รางวัลเหมือนอย่างที่เพลง There goes my baby เคยทำได้ อาจจะไม่ใช่เพลงที่ดังเปรี้ยงปร้าง แต่เวลาฟังแล้วรู้สึกว่าเค้าทำเพลงอย่างละเมียด ประณีต ในยุคที่มีเพลงผลิตด่วนเหมือนฟาสต์ฟู้ด จังค์ฟู้ด การที่มีอะไรแบบนี้ออกมาบ้าง คนฟังอย่างเราก็อิ่มเอมใจค่ะ

 

สิงโต นำโชค – อยู่ต่อเลยได้ไหม

ชอบเนื้อเพลงแบบนี้มาก กะล่อนนิดๆ อ้อนหน่อยๆ ฟังแล้วระทวยค่ะ ได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกในงาน The Last Fat Fest. ฟังปุ๊บชอบเลย Love at first heard อีกเหมือนกัน

 

Miguel – Do you

ชอบฟีลประมาณนี้ ฟังแล้วนึกว่า Prince มาเอง หุหุ แต่เนื้อร้องบางท่อนไม่อินนะ บอกไม่ถูก 
 
 
คือว่า......... อยากรู้เพลงในดวงใจของคนอื่นด้วยค่ะ >//<

49. Sonic attack : 90s the best

posted on 05 Aug 2012 10:30 by cobaltblue in Addicted, Music directory Entertainment

ด้วยความเป็นคนยุค80s ที่มีความทรงจำกับเพลงยุค80s-90s เป็นพิเศษ เลยขอไปดูสักหน่อยแล้วกันนะ อันนี้ถือว่าเขียนไว้เป็นบันทึกความทรงจำของการย้อนยุคสมัยแล้วกัน บางคอนเสิร์ตที่ไปดูก็ไม่ได้อัพบลอค แต่คอนเสิร์ตนี้เอาซะหน่อย แก้บล็อคร้าง 555

ตารางงานเริ่มที่ 13.00 – 13.45 น. ด้วย P.O.P + Yokee Playboy แต่เรามาถึงสถานที่จัดงานคือไบเทคบางนา ฮอลล์106 ก่อนเวลา แต่ทางผู้จัดก็ยังไม่ได้ให้เข้างาน จนประมาณบ่ายโมงถึงเริ่มทยอยให้คนเข้าทีละ3-4แถว (ไม่รวมช่องทางของสื่อและวีไอพี) ไอ้เราก็นิ่งนอนใจ กะว่าผู้จัดให้เข้างานช้าเอง ข้างในคงยังไม่เริ่มเล่นหรอกมั้ง แล้วเป็นไงล่ะ เข้าไปถึงเจอ P.O.P. กับพี่โป้กำลังเล่นอยู่ ได้ฟังไม่กี่เพลง แล้วไม่ได้ฟังเพลงcover เราพลาดสินะ มีคนบอกว่าเค้าได้เข้างานตอนที่โชว์แรกจบแล้วด้วยซ้ำทั้งที่ตั้งใจมาดูโยคีเพลย์บอย น่าเห็นใจทั้งคนดูที่พลาด และศิลปินที่เตรียมตัวมาแสดงแต่มีคนดูหน้าเวทีอยู่ไม่พี่แถว(แบบโล่งๆ)

 

โชว์ที่2 วงอะไรจ๊ะ + Siam Secret Service ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกพิเศษกับวงนี้เท่าไหร่ ดูแบบเฉยๆ แต่เพลงที่cover Friday I’m in love ของ The Cure นี่เราชอบมากเพราะชอบเพลงนี้อยู่แล้ว สารภาพว่าเพิ่งรู้จากงานนี้แหละว่าคุณตุลย์ อพาร์ทเมนต์คุณป้าเคยอยู่วงอะไรจ๊ะ แหะๆ ฉันไปอยู่ที่ไหนมาถึงไม่เคยรู้เลย

 

โชว์ที่3 The Must ดีเกินคาดมาก มากแบบฟินตายเลยทีเดียว ตอนที่ The Must ขึ้นเวทีมาก็ยังงงอยู่ว่าทำไมพี่ดูดีผิดปกติอย่างนี้คะ เพลงที่เล่นก็เพลงโปรดในความทรงจำทั้งนั้น เพลง cover ของโชว์นี้เป็นเพลง Boy & Girl ของวง Blur ค่ะ คิดว่าจะหมดแค่นี้ แต่มี Song2 ต่อด้วย เยี่ยมเลย แล้วคนดูก็ร้องตามกันสนุกเลย Woo hoo!  The Must น่ารักดีตอนขอให้ทีมงานเปิดไฟตรงคนดูแล้วขอถ่ายรูปจากเวที ตอนที่เค้าบอกว่าอยากจะไปบอกกับตัวคนดูทุกๆคนว่า (ร้องเป็นเพลง) “อยากขอบคุณที่โลกสร้างเธอขึ้นมา ให้ฉันได้พบเวลาที่สดใส” ผู้ชายที่ยืนใกล้ๆเราบอกว่า ฟังแล้วขนลุก และแล้ว The Must ก็ร้องไห้แทนร้องเพลง เอิ่ม ร้องจริงจังแบบน้ำตาไหลลอดแว่นกันแดดลงมาเป็นสายเลยค่ะ ศิลปินร้องไห้ไปก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวคนดูช่วยร้องเพลงแทนเองค่ะ เพลงนี้เราร้องกันได้ ร้องดังด้วย แล้วเค้าก็ลงมาจับมือคนดู ผู้หญิงแถวหน้าอย่างดิฉันเลยได้มีโอกาสสัมผัสมือ เป็นหนึ่งโชว์ในความทรงจำเลยค่ะ

 

ถัดมาเป็นโชว์ที่4 ของวงพราว แน่นอนว่าเราอยากฟังเพลงเธอคือความฝัน และทางวงก็จัดให้ฟังเสียเพลงแรก เราก็นึกในใจว่าเพลงหากินแบบนี้ไม่เอาไว้เพลงท้ายเหรอ ไม่เป็นไร เพลงแรกเลยก็ฟินกันแต่แรกเลยก็ดีค่ะ ระหว่างโชว์แทนที่จะฟังเสียงพี่เล็ก นักร้องนำ เราแอบเงี่ยหูฟังเสียงพี่เจ เพราะชอบหลายๆเพลงของPenguin Villa คริคริ

 

Sepia โชว์เป็นลำดับที่5 จากที่ตอนแรกกะจะแวบออกไปหาของกินตอนโชว์นี้ แต่พอได้อยู่ติดรั้วเหล็กด้านหน้าสุด ก็เลยยืนยาวกันเลยแล้วกัน และก็เป็นไปตามคาดว่าถึงแม้ทั้ง2คนนี้จะเอ็นเตอร์เทนดีแค่ไหน โชว์สนุกสนานแค่ไหน เราก็ไม่ได้อินแบบสุดๆ เพราะรู้สึกว่าก้าวร้าวเกินไปสำหรับเรา คือสำหรับคนดูคนอื่น บางคนก็ดูอึ้งๆ แต่คนที่เอ็นจอยกับวงก็มีมากเหมือนกัน แต่ถามว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิงแล้วต้องมาฟังเพลงสมควรโดนข่มขืน คุณจะอินยังไง(วะ)คะ เพลงปุ๊นๆ นั่นยังรับได้อยู่ ส่วนประเด็นการเมืองที่เข้มข้น ก็นานาจิตตัง แต่มันสะท้อนเรื่องของอุดมการณ์ดี เกลียดก็บอกว่าเกลียด เปลี่ยนเนื้อเพลงเกลียดตุ๊ดเป็นเป็นเกลียด... ก็จิกกัดได้แบบจี๊ดเลย เพลงแรกของโชว์ที่cover Extreme เพลง More than words ก็โอเคอยู่ ดูหน้า Nuno บนจอด้านหลังไปเพลินๆ อิอิ แล้วก็เพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วเราทุกคนมีสแนร์อยู่ในบ้าน หม้อนั่นเอง 555

 

ถัดมาเป็นคุณมาโนช พุฒตาล & The Lamp รอดูโชว์นี้ เพราะรู้สึกว่าหาโอกาสดูยาก และด้วยความที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินใต้ดิน กลุ่มคนฟังก็จำกัด การได้มีโอกาสดูศิลปินที่เราเคยเปิดเทปฟังตอนเด็กๆ มันคงเป็นความทรงจำที่ดี ถามว่าเพลงเพราะไหม อาจจะไม่ใช่ที่สุด แต่อุดมการณ์เต็มเปี่ยมของเค้านั่นแหละที่เป็นเสน่ห์ ความคิดที่เค้าถ่ายทอดออกมาต่างหากคือสิ่งที่สำคัญ อย่างที่คุณมาโนชบอกไว้ว่าจริงๆแล้วว่าพวกเค้าอายุเกินจะมางานนี้ แต่อัลบั้มชุดไตรภาคออกในช่วงยุค90 เลยมีโอกาสได้มางานนี้ด้วย และเพลงที่จะจดจำคือสายน้ำแห่งความหมาย เพลงที่เคยเปิดฟังเทปตั้งแต่ตอนเด็กนั่นแหละ เวลาคุณมาโนชพูดถึงการเมืองมันดูเป็นผู้ใหญ่กว่าความดุเดือดแบบวัยรุ่น(ตอนปลาย)ของคุณโอ๋ Sepia ก็ได้มุมมองอีกแบบนึง

 

จากที่ตั้งใจไว้ว่าหลังจบโชว์ของคุณมาโนช เราจะไปกินข้าวและช็อปปิ้งในฮอลล์ข้างๆ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่อยากเสียที่ยืนข้างหน้าเวที ดังนั้นอดข้าว อดน้ำต่อไป ฮือๆ คือเราเคยไปงานที่ Suharit เล่นหลายครั้งแล้ว ดูหลายครั้งก็ไม่เคยรู้สึกชอบเลย ไม่ใช่แนวเพลงที่เราชอบน่ะ การที่รู้สึกว่าต้องดู ก็เลยดูแบบผ่านๆ แต่ดูไปดูมา อ้าว พี่โต้ร้องไห้ซะงั้น นึกภาพผู้ชายอ้วน