คำเตือน : สปอยล์มหากาฬค่ะ แหะๆ อ้อ! จะเพิ่มรูปทีหลังนะคะ ตอนนี้มีแต่ตัวหนังสืออย่างเดียวก่อน

การพยายามให้สิ่งที่ดีที่สุดกับใครสักคนที่เรารัก ควรต้องพิจารณาด้วยว่า สิ่งที่ดีที่สุดในสายตาของเรา มันใช่สิ่งที่ดีที่สุดในสายตาของเค้าด้วยไหม จริงๆแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแสดงออกให้เค้ารู้ว่าเป็นที่รัก เพียงแค่นั้นก็ทำให้เราอยู่กันได้อย่างมีความสุข...ตลอดไป

 

นัทไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยสมองว่างเปล่า ด้วยความที่หนังโปรโมตความเป็น "พระเอกจากเรื่อง Twilight" เสียเหลือเกิน เข้าใจว่าเป็นหนังรักโรแมนติค เอาเข้าจริง หนังดราม่าพอตัวเลยนะ และมีการใช้สัญลักษณ์และบอกใบ้ให้คนดูเป็นระยะๆ แต่มันก็จริงอยู่ที่หนังเรื่องนี้ มีพระเอกเป็นศูนย์กลางของเรื่อง แล้วค่อยขยายไปถึงบริบทรอบๆตัวเค้า บังเอิญนัทไม่ได้พิศวาสอะไรพระเอกคนนี้ซะด้วยสิ

 

นัทชอบตอนเปิดของหนังเรื่องนี้ ที่นางเอกในวัยเด็กยืนอยู่กับแม่ เรารู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแน่ๆ ซึ่งตัวละครที่เป็นแม่นางเอกนั้นก็รู้ตัวอยู่เหมือนกัน แค่รอจังหวะให้ผู้ร้ายลงมือเท่านั้น นัทชอบฉากที่พ่อนางเอกซึ่งเป็นตำรวจอุ้มนางเอกลงบันไดมืดๆเพื่อกลับบ้าน อันนี้ใช้สัญลักษณ์ชัดเจนมาก และมีการยืนยันจุดนี้ในฉากต่อๆมา

 

นัทรู้สึกว่าบทของนางเอกน่าสนใจทีเดียว อย่างเช่น ตอนที่เธอไปร้านอาหาร เธอกล้าสั่งอาหารหวานมาทานก่อนเมนคอร์ส ด้วยความคิดที่ว่า ถ้าเกิดเธอกินเมนคอร์สแล้วตายไปโดยที่ยังไม่ได้กินของหวานซึ่งเป็นสิ่งที่เธออยากกินมากที่สุดล่ะ ใครจะรู้ว่าเธออาจเส้นเลือดแตกตายกะทันหัน หรือมีดาวเคราะห์พุ่งชนโลก ซึ่งคนดูอย่างเราเห็นฉากนี้แล้วจะไม่แปลกใจเลยว่าเธอไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน

 

หรือตอนท้ายของเรื่องในฉากที่เธอขึ้นรถไฟ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอไม่ยอมขึ้นรถไฟเด็ดขาด ยังไงก็ต้องนั่งแท็กซี่ ก็เป็นฉากที่นัทชอบนะ คือเมื่อคนเราผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมา มันฝังใจจำ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมาตอกย้ำซ้ำแผลเดิม หัวใจมันเจ็บจนเข้มแข็งแล้ว ไม่ต้องกลัวกับอะไรอีกต่อไปแล้ว

 

ฝ่ายพระเอกผู้มีอดีตฝังใจกับการไปพบศพพี่ชายที่ฆ่าตัวตาย ก็ใช้ชีวิตแบบไม่ได้ตัดสินใจอะไรที่เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองเลยสักอย่าง เหมือนกับว่าเค้าอาจจะตายวันตายพรุ่ง เค้าเลยไม่ได้ตัดสินใจลงเรียนอะไรจริงจัง สูบบุหรี่จัด ดื่มเหล้า ไม่สนใจตัวเองเท่าไหร่ เค้าพักอยู่กับรูมเมทที่ดูเหมือนจะไม่เป็นโล้เป็นพาย แต่เอาเข้าจริง รูมเมทของเค้ากลับเป็นคนที่วางแผนชีวิตไว้เยอะ เช่นว่าจะเรียนอะไร จะจบออกไปทำงาน แต่งงานมีเมีย มีกิ๊ก เป็นพ่อหม้ายเมียหย่าตอนวัยกลางคน (555)

 

ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือทั้งพระเอกและนางเอกต่างก็ทำตัวเหมือนพร้อมที่จะตายอยู่ตลอดเวลา  เพียงแต่ทั้งสองคนนี้เลือกวิถีแห่งการใช้ชีวิตที่ต่างกัน

 

ฉากที่พระเอกเข้าไปทักนางเอกก็มีบทพูดที่น่ารักดี ผู้ชมหัวเราะกันเยอะเลย จริงๆแล้วเรื่องนี้เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้หลายฉากเลยนะ แต่ฉากที่ต้องกดดัน ทำให้ผู้ชมรู้สึกอึดอัดก็ถือว่าทำได้ไม่เลว โดยเฉพาะความกระอักกระอ่วนระหว่างพระเอกกับพ่อของเค้า พ่อลูกคู่นี้อยู่ในฉากเดียวกันเมื่อไหร่ ผู้ชมเตรียมอึดอัด กระอักกระอ่วนได้เลย โดยเฉพาะฉากบนโต๊ะอาหาร ส่วนฉากเลิฟซีนระหว่างพระเอกกับนางเอกก็มีมาพอเป็นกระสัยตามสไตล์หนังฮอลลีวู้ด เป็นภาพแบบฮอลลีวู๊ด ฮอลลีวูด หมายถึงในเรื่องของท่าทาง แสง เสียงอะไรทำนองนั้นน่ะ ที่มันเป็นสูตรสำเร็จว่าต้องเป็นแบบนี้

 

บทพ่อพระเอกก็เป็นบทที่ดีทีเดียว ให้สังเกตตัวละครตัวนี้ให้ดี อย่างฉากบนโต๊ะอาหารครั้งแรกของหนัง พ่อพระเอกนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ระหว่างที่น้องสาวพระเอกกำลังเล่าถึงการได้รับการเสนอชื่อให้ไปเรียนโรงเรียนศิลปะโดยที่เธอมีอายุน้อยกว่าคนอื่นๆ เธอกำลังเล่าให้พี่ชายซึ่งอยู่คนละบ้านฟังอย่างภาคภูมิใจ จู่ๆพ่อก็โพล่งออกมาว่า "ขอน้ำตาลหน่อย" ทำให้พระเอกหัวเสียขึ้นมาทันที ดูเผินๆเหมือนกับพ่อนี่นิสัยแย่จริงๆ ไม่สนใจที่น้องพระเอกพูดเลย ขัดจังหวะขึ้นมากลางคันแบบนั้น แต่มองในอีกแง่หนึ่ง มันเป็นแค่ลูกไม้ตื้นๆที่ให้ลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ ซึ่งแยกออกมาอยู่นอกบ้านหันมาสนใจเค้าบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ฟังลูกสาวคนเล็กของเค้าพูด โดยที่เค้าไม่มีส่วนร่วมในการสนทนาเลย

 

แต่คนที่ขโมยหัวใจนัทไปได้สุดๆ คงเป็นน้องสาวของพระเอก ซึ่งนอกจากนักแสดงจะมีหน้าตาน่ารักน่าชังแล้ว บทเธอยังดราม่าได้ใจจริงๆ เพราะเป็นลูกสาวที่พ่อแม่แยกทางโดยแม่เป็นผู้เลี้ยงดูเธอ เธอเป็นเด็กอายุ 11 ขวบที่มีพรสวรรค์อย่างเหลือเชื่อทางด้านศิลปะ แต่ก็มีปัญหาอย่างมากในเรื่องการใจลอย ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะเธอเชื่ออย่างจริงใจว่าพ่อไม่รักเธอ ดังนั้นเธอจึงเหมือนเด็กที่มีปัญหาครอบครัว(ซึ่งก็มีจริงๆนั่นแหละ)และเธอก็ถูกกลั่นแกล้งจากเด็กอื่นในห้องเรียน แต่บางฉากดูแล้วก็รู้สึกว่าคนเขียนบท เขียนจากพื้นฐานความคิดของผู้ใหญ่มากเกินไป จนทำให้เรารู้สึกไม่อินกับบทพูดนั้นๆ เหมือนเอาความคิด เอาคำพูดของผู้ใหญ่ไปยัดใส่ปากเด็ก

 

บางจุดในหนังเรื่องนี้ก็ทำให้เราไม่อิน เนื้อหาที่มารองรับการตัดสินใจของตัวละครมันอ่อนไปนิด อย่างเช่น การทะเลาะกันระหว่างพ่อนางเอกกับนางเอก มันไม่สามารถทำให้เราเชื่อได้ว่า มันรุนแรงมากพอที่นางเอกจะตัดสินใจทำอะไรอย่างนั้นได้ หรือการที่พระเอกเลือกไปตามทางของตัวเองในตอนไคลแม็กซ์นั้น เราก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า เค้าทำอย่างนั้นเพราะอะไร เพื่ออะไร ในเมื่อทิศทางของหนังมันคลี่คลายแล้วขนาดนั้น ถึงแม้ผู้กำกับจะพยายามปูทางให้เราเห็นความเครียดของพระเอก โดยให้พระเอกทำหน้าเครียดให้เราดูหลายฉากแล้ว แต่ปมขัดแย้งมันคลี่คลายแล้วจริงๆ แล้วจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

 

สำหรับนัทดูหนังเรื่องนี้จนจบแล้ว นัทขอจำหนังเรื่องนี้ในแง่ของหนังที่แสดงให้เห็นความล้มเหลวของสถาบันครอบครัว ทั้งครอบครัวนางเอก ที่หัวหน้าครอบครัวคือพ่อ เป็นตำรวจ เลี้ยงลูกสาวคนเดียวด้วยความรักในแบบของเค้า ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน แต่ "อยู่ในบ้านนี้ ลูกก็ยังเป็นเด็ก" หรือครอบครัวพระเอกที่พ่อแม่แยกทางกัน พ่อที่เป็นผู้บริหารขององค์กรยักษ์ใหญ่แต่กลับจัดการชีวิตครอบครัวไม่ได้ เค้าอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายตัดสินใจฆ่าตัวตาย เค้าอาจเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกสาวเหมือนเด็กไม่ปกติ และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เค้าก็แยกทางกับภรรยาที่เป็นแม่ของลูกๆโดยที่เค้าไม่ได้รับสิทธิในการเลี้ยงดูลูกสาวคนเล็ก ส่วนลูกคนที่สอง ก็แยกตัวไปอยู่เอง ดูแล้วก็ต้องกลับมาทบทวนบทบาทของตัวเองในครอบครัวว่า เราได้แสดงความรักต่อกันอย่างถูกวิธีหรือเปล่า เรากำลังใช้อำนาจเหนือด้วยข้ออ้างว่าทำไปเพราะรักอยู่หรือเปล่า

 

****************************************

 

ขออนุญาตนอกเรื่องนิดนึงค่ะ คือเมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาได้ไปดูหนังเรื่องนี้ หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT กลับมาที่พัก ปรากฏว่าที่หลังมีแผล ตรงกลางสีขาวๆ แล้วรอบๆแผลเป็นสีแดง คล้ายๆที่เราเคยเห็นกันตาม fwd mail นั่นแหละ แต่ไม่รุนแรงมากขนาดในเมล์ คุณหมอบอกว่าแพ้แมลงชื่อ ด้วงก้นกระดก คุณหมอเอารูปผู้ต้องหาตัวนี้ให้ดูด้วย น่าจับกินจริงๆ 555 ส่วนตัวแล้วนัทคิดว่าในรถไฟฟ้าไม่น่าจะมีเพราะที่นั่งเป็นพลาสติก ถ้ามีตัวอะไรอยู่ จะเห็นชัดเจนก่อนนั่งแน่นอน แต่ตอนเข้าโรงหนังน่ะมันมืดๆ ก็ไม่แน่นะ  อยากจะเตือนเพื่อนๆเวลาไปในที่สาธารณะ ต้องระวังให้ดีนะจ๊ะ

Comment

Comment:

Tweet

พระเอกไม่ได้ฆ่าตัวตายจ้า ตึกเวิลด์เทรดถล่ม จากการก่อการร้าย/ 911ค่ะ

#6 By Ran (27.55.174.202) on 2013-08-18 13:30

ชอบบทวิจารณ์ค่ะ วิจารณ์ได้เฉียบขาดมาก
แต่ขอแย้งนิดนึงค่ะ พระเอกไม่ได้ฆ่าตัวตายค่ะ เค้าอยู่ในเหตุการณ์ 911 ค่ะ
ฉากที่คุณครูของน้องสาวเรียกน้องสาวที่กำลังใจลอย ให้สังเกตุวันที่กระดานดำค่ะ :)

#5 By :) (115.67.223.119) on 2011-09-24 18:32

วิจารณ์ได้เฉียบขาดมากจริงๆ ค่ะ ^___^
เยี่ยมๆ cry

#4 By โอ๊ะเอ๊ะ (58.8.135.98) on 2010-08-30 09:36

ชอบดูหนังแนวนี้เหมือนกันค่ะ..ส่วนเรื่องแมลงกัดน่ากลัวจัง เป็นเรื่องที่เราไม่รู้ตัวล่วงหน้า และยากต่อการระวังตัวด้วยเนาะ..

#3 By Kiss The Rain on 2010-03-30 18:45

พี่นัทขอบคุณมั๊กมากค่า

ไม่รู้ปุ๊กทวีตไปติดรึเปล่า

ปุ๊กทวีตไม่ค่อยเป็นอ่า ใช่กด Reply ไหมอ่า

ขอให้พี่นัทมีความสุขมั๊กมากน่ะค่า

#2 By pook (125.26.43.18) on 2010-03-26 23:52

สปอยล์เต็มอ่ะ - -" ยังไม่ได้ดูเลย ๕๕๕

หายไวๆนะอานัทquestion

#1 By TABiiMYC* on 2010-03-25 23:16