42. ยังรอดชีวิตอยู่

posted on 25 Jun 2010 21:51 by cobaltblue in Cobaltblue
 

มารายงานตัวว่ายังรอดชีวิตอยู่ค่ะ อิอิ

หลังจากไปหาหมอตามที่เล่าไปครั้งก่อนแล้วมีอาการอื่นเพิ่ม

เลยตัดสินใจไปหาหมออายุรกรรมติดเชื้อโดยตรงเมื่อวันอังคารที่แล้ว

และไปฟังผลตรวจเลือดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผลส่วนใหญ่ปกติดีจ้ะ

ยกเว้น Acyt.Lymphocyte ผิดปกตินิดหน่อย

ซึ่งหมอบอกว่ามันคือเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง

Platelet ต่ำกว่าค่ามาตรฐานนิดหน่อย

แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือตับทำงานผิดปกติ T T

SGOT 137   (ค่าปกติประมาณ 5-40)

  SPGT 125    (ค่าปกติประมาณ 30-65)

Alk. phos. 187 (ค่าปกติประมาณ 50-136)

หมอบอกว่าอาจจะแย่หน่อย เป็นแบบนี้อายุอาจจะไม่ยืน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

คงอยู่ได้แค่ร้อยปี!

 

หมอสรุปว่าเป็น โรคเงินเหลือไปเที่ยวก็เลยป่วย

 

หึหึ ถ้าคุณเป็นคนไข้ไปเจอหมอแบบนี้จะเอาไงกะชีวิตต่อดี

แต่คุณหมอน่ารักดีนะคะ เหมือนคุณปู่คุณตา คุยขำๆ

ซักประวัติละเอียดมาก ทำให้วิเคราะห์ได้อย่างชัดเจน

ว่ามีโรคอะไรที่อาการใกล้เคียงที่เราเป็นบ้างและทำไมหมอถึงวินิจฉัยว่าไม่ใช่

หมอมุ่งประเด็นที่การไปเที่ยวเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนเกิดอาการไม่สบาย

ที่นัทไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเอราวัณ กาญจนบุรี (น้ำตก) แบบนอนเต็นท์

ซึ่งที่นั่นมีโรคประจำถิ่นที่พึงระวังเช่น มาลาเรีย

แต่หมอวินิจฉัยว่าไม่ใช่เพราะระยะฟักตัวต้องนานกว่านี้

และต้องหนาวสั่นกว่าที่นัทเป็น

และหมอคิดว่าไม่ใช่ติดเชื้อไวรัสอย่างที่หมอท่านแรกวินิจฉัย

เนื่องจากไข้นัทสูงกว่าการติดเชื้อไวรัสปกติ

 

อันนี้เราก็ไม่รู้หรอกนะ

แต่ถ้าคุณเจอหมอที่พอเราบอกว่าปวดหัวแล้วเขียนสั่งยาพารา

พอบอกว่าปวดเมื่อยก็ให้ยาคลายกล้ามเนื้อ

กับหมอที่ถามว่าภายใน 1 เดือนไปไหน ทำอะไรมาบ้าง

แล้วซักถามเพิ่ม มันสร้างความน่าเชื่อถือต่างกันนะ

 

โรคที่หมอสรุปแบบจริงจังหลังจากเล่นมุขจบก็คือ

อาจจะถูก "Tick" ในป่ากัดโดยไม่รู้ตัว

อาการที่เราเป็นก็เป็นผลมาจากการถูกเจ้านี่กัดเข้าล่ะ

ส่วนตับที่มีปัญหา ก็จะฟื้นตัวได้ภายในเวลาประมาณ 6 สัปดาห์

ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามนอนดึก ห้ามกินยาบ้า ห้ามกินยาลดความอ้วน

เอิ่ม หมอคะ ยกตัวอย่างได้เห็นภาพมากเลยค่ะหมอ

หมอไม่ได้ห้ามกินอะไรและไม่ต้องกินอะไรเป็นพิเศษ

แค่ห้ามออกกำลังกายหนักเช่น เล่นรักบี้ วิ่งมาราธอน

เฮ้อ หมอค๊า! หนูมาหาหมอหรือมาดู stand up comedy คะหมอ

 

การป่วยครั้งนี้ทำให้รู้ข้อจำกัดของตัวเองหลายๆอย่าง

เวลาที่เราป่วยจนไปหาหมอไม่ได้มันอึดอัดใจมาก

จากที่เคยคิดว่าดูแลตัวเองได้ จะอยู่เป็นโสดอย่างเป็นสุข

เอาเข้าจริงป่วยครั้งนี้ทำให้สำนึกว่าดูแลตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ

อย่างวันที่ป่วย นัทพยายามบอกคนใกล้ๆตัวว่าไม่สบาย

แต่ไม่มีใครเอ่ยปากถามว่าเป็นมากไหม จะไปหาหมอไหม

ทั้งๆที่เวลาเค้าป่วย เค้าชวนเราไปเป็นเพื่อน

แต่นัทไม่กล้าบอกใครว่าพานัทไปหาหมอหน่อย มันพูดไม่ออกอ่ะ

แล้วก็เคยไปคนเดียวได้ตลอดแต่ครั้งนี้มันหนักจนไปเองไม่ไหวแล้ว

นัทเองคงต้องฝึกที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นให้เป็นบ้าง

 

ถามว่าก่อนหน้านี้เราทำดีหวังผลเหรอ ไม่รู้สินะ ตอบไม่ได้

แต่เวลาที่ "give" ไม่เท่ากับ "take" มันเฮิร์ตนะ

มันไม่ได้ต้องเท่ากันเป๊ะ ชั้นทำครั้งนึง เธอทำครั้งนึง

แต่นี่ถามสักคำยังไม่มีเลย บอกต่อหน้าแล้วยังเฉยๆเลย

ไม่ใช่ว่าเค้าไม่มีน้ำใจนะ เพียงแค่เค้าไม่มีใจให้เรา มันคงแค่นั้น

นัทคิดว่าเวลาเราให้ใจกับใคร

เราจะรู้สึกห่วงใยและเต็มใจที่จะช่วยเหลือเท่าที่เราทำได้

พอพูดประเด็นนี้ แม่นัทก็ดุว่าเคยทำอะไร พูดอะไรให้คนอื่นเค้าไม่พอใจหรือเปล่า

เอ่อ เยอะค่ะแม่ นับไม่หวาดไม่ไหว 5555

 

ขอบคุณหลายๆคนที่แสดงความห่วงใยอย่างจริงใจ

แรงใจส่งมาถึงนะจ๊ะ รู้สึกได้ รู้สึกดี : )

ขอบคุณมากๆ จากใจจ้ะ

Comment

Comment:

Tweet

หมอน่ารักมั่กๆbig smile

#4 By (^_^)/nana on 2011-02-16 22:09

กลับมา .. แข็งแรงไวๆนะค่ะ

ดูแลตัวเองค่ะ

#3 By better2together on 2010-06-26 02:10

สรุปหายยังวะเจ้???
อยู่ใกล้แค่นี้ทำไมไม่โทรมา ใจเราแสตนด์บายไว้นานแล้วนะ เรื่องของเรื่อง คิดว่าอยู่ใกล้กัน ไม่มีใครดูแลก็รบกวนได้ ไม่ได้ใจดีไรหรอก เราป่วยบ่อยเหมือนกัน แค่อยากสร้างเครือข่าย ฮ่าๆๆ ถ้าแย่กว่าเดิม หรือไม่ไหวจริงๆ โทรมาเลย ไม่ต้องเกรงใจนะ ไม่ได้บริการดี แต่ไปเป็นเพื่อนได้

#2 By จิ๊บ (58.8.98.248) on 2010-06-25 23:21

หายไวๆนะคะ เข้าใจเวลาที่อยู่คนเดียวแล้วป่วยอ่ะ เมื่อก่อนนี้อยู่คนเดียวเหมือนกัน หอบสังขารขึ้นรถเมล์ไปรพ.คนเดียว หนาวมาก ><

#1 By angeltetsu on 2010-06-25 22:45