49. Sonic attack : 90s the best

posted on 05 Aug 2012 10:30 by cobaltblue in Addicted, Music directory Entertainment

ด้วยความเป็นคนยุค80s ที่มีความทรงจำกับเพลงยุค80s-90s เป็นพิเศษ เลยขอไปดูสักหน่อยแล้วกันนะ อันนี้ถือว่าเขียนไว้เป็นบันทึกความทรงจำของการย้อนยุคสมัยแล้วกัน บางคอนเสิร์ตที่ไปดูก็ไม่ได้อัพบลอค แต่คอนเสิร์ตนี้เอาซะหน่อย แก้บล็อคร้าง 555

ตารางงานเริ่มที่ 13.00 – 13.45 น. ด้วย P.O.P + Yokee Playboy แต่เรามาถึงสถานที่จัดงานคือไบเทคบางนา ฮอลล์106 ก่อนเวลา แต่ทางผู้จัดก็ยังไม่ได้ให้เข้างาน จนประมาณบ่ายโมงถึงเริ่มทยอยให้คนเข้าทีละ3-4แถว (ไม่รวมช่องทางของสื่อและวีไอพี) ไอ้เราก็นิ่งนอนใจ กะว่าผู้จัดให้เข้างานช้าเอง ข้างในคงยังไม่เริ่มเล่นหรอกมั้ง แล้วเป็นไงล่ะ เข้าไปถึงเจอ P.O.P. กับพี่โป้กำลังเล่นอยู่ ได้ฟังไม่กี่เพลง แล้วไม่ได้ฟังเพลงcover เราพลาดสินะ มีคนบอกว่าเค้าได้เข้างานตอนที่โชว์แรกจบแล้วด้วยซ้ำทั้งที่ตั้งใจมาดูโยคีเพลย์บอย น่าเห็นใจทั้งคนดูที่พลาด และศิลปินที่เตรียมตัวมาแสดงแต่มีคนดูหน้าเวทีอยู่ไม่พี่แถว(แบบโล่งๆ)

 

โชว์ที่2 วงอะไรจ๊ะ + Siam Secret Service ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกพิเศษกับวงนี้เท่าไหร่ ดูแบบเฉยๆ แต่เพลงที่cover Friday I’m in love ของ The Cure นี่เราชอบมากเพราะชอบเพลงนี้อยู่แล้ว สารภาพว่าเพิ่งรู้จากงานนี้แหละว่าคุณตุลย์ อพาร์ทเมนต์คุณป้าเคยอยู่วงอะไรจ๊ะ แหะๆ ฉันไปอยู่ที่ไหนมาถึงไม่เคยรู้เลย

 

โชว์ที่3 The Must ดีเกินคาดมาก มากแบบฟินตายเลยทีเดียว ตอนที่ The Must ขึ้นเวทีมาก็ยังงงอยู่ว่าทำไมพี่ดูดีผิดปกติอย่างนี้คะ เพลงที่เล่นก็เพลงโปรดในความทรงจำทั้งนั้น เพลง cover ของโชว์นี้เป็นเพลง Boy & Girl ของวง Blur ค่ะ คิดว่าจะหมดแค่นี้ แต่มี Song2 ต่อด้วย เยี่ยมเลย แล้วคนดูก็ร้องตามกันสนุกเลย Woo hoo!  The Must น่ารักดีตอนขอให้ทีมงานเปิดไฟตรงคนดูแล้วขอถ่ายรูปจากเวที ตอนที่เค้าบอกว่าอยากจะไปบอกกับตัวคนดูทุกๆคนว่า (ร้องเป็นเพลง) “อยากขอบคุณที่โลกสร้างเธอขึ้นมา ให้ฉันได้พบเวลาที่สดใส” ผู้ชายที่ยืนใกล้ๆเราบอกว่า ฟังแล้วขนลุก และแล้ว The Must ก็ร้องไห้แทนร้องเพลง เอิ่ม ร้องจริงจังแบบน้ำตาไหลลอดแว่นกันแดดลงมาเป็นสายเลยค่ะ ศิลปินร้องไห้ไปก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวคนดูช่วยร้องเพลงแทนเองค่ะ เพลงนี้เราร้องกันได้ ร้องดังด้วย แล้วเค้าก็ลงมาจับมือคนดู ผู้หญิงแถวหน้าอย่างดิฉันเลยได้มีโอกาสสัมผัสมือ เป็นหนึ่งโชว์ในความทรงจำเลยค่ะ

 

ถัดมาเป็นโชว์ที่4 ของวงพราว แน่นอนว่าเราอยากฟังเพลงเธอคือความฝัน และทางวงก็จัดให้ฟังเสียเพลงแรก เราก็นึกในใจว่าเพลงหากินแบบนี้ไม่เอาไว้เพลงท้ายเหรอ ไม่เป็นไร เพลงแรกเลยก็ฟินกันแต่แรกเลยก็ดีค่ะ ระหว่างโชว์แทนที่จะฟังเสียงพี่เล็ก นักร้องนำ เราแอบเงี่ยหูฟังเสียงพี่เจ เพราะชอบหลายๆเพลงของPenguin Villa คริคริ

 

Sepia โชว์เป็นลำดับที่5 จากที่ตอนแรกกะจะแวบออกไปหาของกินตอนโชว์นี้ แต่พอได้อยู่ติดรั้วเหล็กด้านหน้าสุด ก็เลยยืนยาวกันเลยแล้วกัน และก็เป็นไปตามคาดว่าถึงแม้ทั้ง2คนนี้จะเอ็นเตอร์เทนดีแค่ไหน โชว์สนุกสนานแค่ไหน เราก็ไม่ได้อินแบบสุดๆ เพราะรู้สึกว่าก้าวร้าวเกินไปสำหรับเรา คือสำหรับคนดูคนอื่น บางคนก็ดูอึ้งๆ แต่คนที่เอ็นจอยกับวงก็มีมากเหมือนกัน แต่ถามว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิงแล้วต้องมาฟังเพลงสมควรโดนข่มขืน คุณจะอินยังไง(วะ)คะ เพลงปุ๊นๆ นั่นยังรับได้อยู่ ส่วนประเด็นการเมืองที่เข้มข้น ก็นานาจิตตัง แต่มันสะท้อนเรื่องของอุดมการณ์ดี เกลียดก็บอกว่าเกลียด เปลี่ยนเนื้อเพลงเกลียดตุ๊ดเป็นเป็นเกลียด... ก็จิกกัดได้แบบจี๊ดเลย เพลงแรกของโชว์ที่cover Extreme เพลง More than words ก็โอเคอยู่ ดูหน้า Nuno บนจอด้านหลังไปเพลินๆ อิอิ แล้วก็เพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วเราทุกคนมีสแนร์อยู่ในบ้าน หม้อนั่นเอง 555

 

ถัดมาเป็นคุณมาโนช พุฒตาล & The Lamp รอดูโชว์นี้ เพราะรู้สึกว่าหาโอกาสดูยาก และด้วยความที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินใต้ดิน กลุ่มคนฟังก็จำกัด การได้มีโอกาสดูศิลปินที่เราเคยเปิดเทปฟังตอนเด็กๆ มันคงเป็นความทรงจำที่ดี ถามว่าเพลงเพราะไหม อาจจะไม่ใช่ที่สุด แต่อุดมการณ์เต็มเปี่ยมของเค้านั่นแหละที่เป็นเสน่ห์ ความคิดที่เค้าถ่ายทอดออกมาต่างหากคือสิ่งที่สำคัญ อย่างที่คุณมาโนชบอกไว้ว่าจริงๆแล้วว่าพวกเค้าอายุเกินจะมางานนี้ แต่อัลบั้มชุดไตรภาคออกในช่วงยุค90 เลยมีโอกาสได้มางานนี้ด้วย และเพลงที่จะจดจำคือสายน้ำแห่งความหมาย เพลงที่เคยเปิดฟังเทปตั้งแต่ตอนเด็กนั่นแหละ เวลาคุณมาโนชพูดถึงการเมืองมันดูเป็นผู้ใหญ่กว่าความดุเดือดแบบวัยรุ่น(ตอนปลาย)ของคุณโอ๋ Sepia ก็ได้มุมมองอีกแบบนึง

 

จากที่ตั้งใจไว้ว่าหลังจบโชว์ของคุณมาโนช เราจะไปกินข้าวและช็อปปิ้งในฮอลล์ข้างๆ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่อยากเสียที่ยืนข้างหน้าเวที ดังนั้นอดข้าว อดน้ำต่อไป ฮือๆ คือเราเคยไปงานที่ Suharit เล่นหลายครั้งแล้ว ดูหลายครั้งก็ไม่เคยรู้สึกชอบเลย ไม่ใช่แนวเพลงที่เราชอบน่ะ การที่รู้สึกว่าต้องดู ก็เลยดูแบบผ่านๆ แต่ดูไปดูมา อ้าว พี่โต้ร้องไห้ซะงั้น นึกภาพผู้ชายอ้วนๆพุงกลมๆ ขนเต็มตัวนั่งร้องไห้ไปร้องเพลงไปตรงบันไดเวที ฮอลล์กำลังเงียบเพราะลุ้นคุณโต้ร้องไห้ แต่ชะนีน้อย2นางที่อยู่ข้างๆดิฉันหัวเราะร่วนในขณะที่คนอื่นเค้ากำลังอินกัน คนหันไปมอง2นางนี้หลายคนเลยนะ แต่นางก็ยังไม่สำนึก เฮ้อ..

 

ผ่านมาถึงโชว์ที่8 วงสี่เต่าเธอ ด้วยความที่ตั้งใจว่าจะไม่ได้ดูอีกเหมือนกัน พอดูก็รู้สึกเฉยๆมาก ขอข้ามไป

 

โชว์ที่9 ของ Blackhead คนเยอะตามคาด เวลาดูศิลปินเล่นรวมๆกันแล้วส่วนใหญ่จะไปดูที่งาน FAT กับ Tiger translate ซึ่งไม่มีวงนี้ พอได้ดูแบบเต็มตา โอ้ พี่ปูคะ อายุเยอะแล้วแต่ยังเฟี้ยวเลยค่ะ แล้วว๊ากได้แจ่มมากค่ะ แต่ตอนดูก็นึกถึงหนังเรื่องสยิวที่พี่ปูเคยเล่นนะ 555 มีร้องเพลงใหม่แถมมาให้อีกเพลงนึงด้วย และขาดไม่ได้กับเพลงเพียงกระซิบที่เราได้เอิ้วๆๆ กันเหมือนเป็นภาคบังคับ โชว์สนุกดี เพลง cover เป็นเพลง Radiohead ค่ะ

 

จริงๆแล้วเราไปดูงานนี้เพราะคนนี้ คุณอรอรีย์ วันนี้พี่อรสวยมาก สวยแบบโอแม่เจ้า สวยจัง ดูเซ็กซี่ทั้งที่แต่งตัวโคตรจะมิดชิดเลย ดูมีเสน่ห์มากๆ เพราะวันนี้แต่งหน้าสวย แล้วผมเป็นลอนแบบ สวยอ้ะ แล้วก็cover เพลง Lithium ของ Nirvana เราก็ฟินสิคะ ชอบทั้งคู่นี่นา เพลงระหว่างเรา คนดูร้องตามดังมากจนเราแอบอึ้งนิดนึง คือไม่คิดว่าคนดูเค้าจะเยอะแบบนั้น พอพี่อรร้องเพลงหากินอย่างเพลงแล้วเธอจบ ก็เข้าไปหลังเวที เราก็แบบ เฮ้ย อย่าเพิ่งจบ พี่ขา กลับมาก่อน 555 ทุกครั้งที่ดูอรอรีย์ก็หมายถึงการรอดูมือกลองอย่างคุณจุ Abuse the youth ด้วย แต่วันนี้แอบลืมดู มัวแต่ดูพี่อรซะเยอะ >_<

 

Modern dog เป็นศิลปินไทยที่โชว์เป็นวงสุดท้าย เซ็ตเครื่องเสียงนานตามมาตรฐานเค้าละ งานนี้ส่วนใหญ่ช่วงเปลี่ยนศิลปินจะเซ็ตได้เร็วกว่าที่คิดไว้มาก ถือว่าเล่นค่อนข้างตรงเวลาดีมาก ท้ายๆงานแทนที่จะเลทเหมือนงานอื่น แต่กลายเป็นเร็วกว่าตารางด้วยซ้ำ ของMD ถึงจะเซ็ทนานหน่อยก็โอเคเลย พอฟังวงนี้เลยรู้สึกว่ามันดึงความทรงจำเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วกลับมาได้จริงๆ นึกถึงตอนที่วงนี้ไปออกรายการทไวไลท์โชว์ ร้องเพลงแล้วลงไปดิ้นที่พื้น ในยุคนั้นยังไม่ค่อยมีใครเค้าทำกัน ถือว่าเป็นทางเลือก เป็นAlternativeจริงๆ  

 

หลังจากยืนรออีกพักใหญ่มาก ก็ถึงคิวแสดงของ Suede และเราก็ไม่ค่อยฟินตามคาด รู้จักและชอบเพลงเค้าไม่กี่เพลงเอง ตั้งใจมาฟังเพลง Beautiful Ones เพลงเดียว ก็ไม่เล่น Attitude นี่นา แหะๆ เราคงออกอาการมากจนผู้หญิงที่ยืนข้างๆถามว่า “เหงาหรือเปล่า เล่นด้วยกันได้นะ” คือจะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าไม่ได้เหงา ดูคอนเสิร์ตคนเดียวประจำอยู่แล้วค่ะ นี่แค่เบื่อค่ะ หาวไปหลายรอบเลยด้วย นั่นละ คิดในใจไปแล้วกัน คือถ้าถามว่าวงนี้เล่นดีไหม บอกเลยว่าเล่นดีมาก แรงดีไม่มีตก วงระดับนี้ไม่ต้องสงสัยเรื่องคุณภาพอยู่แล้ว จบเพลงนึงต่ออีกเพลงแบบแทบจะลืมหายใจกันเลยทีเดียว แต่ไม่ฟิน บางครั้งเราไม่ได้มีความสุขกับการที่ดูวงที่เจ๋งที่สุด เราแค่ชอบอะไรที่ถูกใจ มันก็เท่านั้นละมั้ง

 

Brett Anderson เท่ห์มาก ยิ่งตอนควงไมค์ โอ้ย เท่ห์เกินไปแล้วพี่ขา แล้วเอนเตอร์เทนคนดูได้ดีมาก มากจริงๆ จนทุกครั้งที่เค้ามายืนอยู่ตรงหน้า เราจะสำนึกผิดเล็กน้อยที่ร้องเพลงท่อนนั้นไม่ได้ หนูขอโทษค่ะ (เขกกระโหลกตัวเอง1ที) ไม่รู้ว่าสาเหตุหนึ่งที่ไม่ฟินเพราะพอเห็น Neil Codling ทำหน้าบู่ แล้วเราเซ็งหนักกว่าเดิมหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ทำหน้าตาย ไม่มีอารมณ์ร่วมกับคอนเสิร์ตนะ แต่ท่าทางการยืนรอให้ถึงท่อนที่ตัวเองต้องเล่นดนตรี หรือการมอง พวกอวัจนะภาษาบางอย่างมันทำให้รู้สึกเหมือนใครไปบังคับเค้ามาหรือเปล่าหนอ (วิ่งหลบตรีนแฟนๆSuede) คือพี่แกหล่อมากนะ หล่อแบบโคตรพ่อโคตรแม่หล่อเลยค่ะ แต่ก็เท่านั้น ศิลปินจะดูดีขึ้นร้อยเท่าพันเท่าก็ตอนที่มีความสุขกับการแสดง การให้ใจกับคนดู แล้วเราเราเห็นอะไรในประกายตาของเค้า แต่นี่ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น แล้วเรายืนฝั่งเค้าด้วย จบกัน คาแรคเตอร์เค้าเป็นแบบนี้อยู่แล้วละมั้ง ไม่รู้สิ ไม่ฟินน่ะ

 

Anderson ลงมาหาคนดูบ่อยนะ เราก็ได้จับมือไปรอบนึง เป็นผู้หญิงแถวหน้ามันดีแบบนี้สินะ นอกจากได้ดูชัดแบบไม่มีใครบังแล้ว ได้จับมือศิลปินนิดหน่อยก็โอเค แต่ตอนระหว่างเล่นเพลง Beautiful Ones มีผู้ชายคนนึงจะพุ่งขึ้นเวที กำลังจะขึ้นบันไดแล้วด้วย แต่ทีมการ์ดก็ไวพอที่จะล็อคตัวออกไปได้ทัน เยี่ยมค่ะ

 

จากที่ประกาศไว้ว่าจะเล่น2ชั่วโมงเต็ม เอาเข้าจริง เล่นแค่ชั่วโมงนึงกับ20นาทีเอง นี่รวมช่วงอังกอร์2เพลงไปแล้วด้วยนะ จะว่าเพราะอัดเพลงแบบไม่เบรครวดเดียว มันก็ไม่ถึงขนาดว่าถ้าเพิ่มช่วงพูดคุยยื้อเวลาแล้วมันจะกินเวลาไปได้ 40 นาทีหรอก จริงไหม แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ดีเหมือนกัน ได้กลับมานอนพักเร็วกว่าเดิมหน่อย เป็นคอนเสิร์ตที่เหนื่อยมากจริงๆ 10กว่าชั่วโมง ก็น่าเหนื่อยอยู่หรอกนะ คิกคิก 

Comment

Comment:

Tweet